ทั้งตกงาน? ทั้งไม่เรียน? รู้จักกับ "NEET" ปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญ

ทั้งตกงาน? ทั้งไม่เรียน? รู้จักกับ "NEET" ปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญ

6 August 2026 · 22:27

ทุกคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า NEET มาผ่านหูกันบ้างจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจากทั้งอนิเมะหรือมังงะ วันนี้ผมจะพาทุกคนมาทำความรู้จักและทำความความเข้าใจเกี่ยวกับ NEET กันครับ

โดยก่อนอื่นต้องเริ่มจากความหมายของคำว่า NEET ก่อนครับโดยคำนี้ย่อมาจาก "Not in Education, Employment, or Training" หมายถึงกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรมใดๆ

คำนี้เริ่มใช้ครั้งแรกในประเทศอังกฤษช่วงทศวรรษ 1990 แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนกระทั่งญี่ปุ่นนำคำนี้มาใช้อธิบายปัญหาสังคมของตัวเองในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ทำให้ NEET กลายเป็นคำที่รู้จักกันทั่วโลกนั่นเองครับ

โดย NEET ไม่ใช่ "โรค" หรือการวินิจฉัยทางการแพทย์แต่อย่างใด แต่เป็นการอธิบาย สถานะ ของบุคคล ณ ช่วงเวลาหนึ่ง คนคนหนึ่งอาจเป็น NEET ชั่วคราวแล้วกลับเข้าสู่ ระบบการศึกษาหรือการทำงานได้อีกครั้งก็ได้เช่นกัน

1.00

NEET ต่างจาก Hikikomori ยังไง?

อีกหนึ่งสิ่งที่หลายๆ คนอาจจะคุ้นกันดีนอกจากคำว่า NEET ก็คงหนีไม่พ้นคำว่า Hikikomori นั่นเองครับแล้ว Hikikomori ต่างจาก NEET ยังไง

คำตอบคือ Hikikomori นั้นคือคนที่แยกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรง มักขังตัวเองอยู่แต่ในบ้านหรือในห้องเป็นเวลานานมากๆ จนแทบไม่ออกไปพบปะใครเลย

ซึ่งต่างจาก NEET ไม่จำเป็นต้องแยกตัวขนาดนั้น หลายคนที่เป็น NEET ยังออกจากบ้าน ไปเที่ยว พบเพื่อน หรือมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมตามปกติ เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาหรือการทำงานเท่านั้น

แต่กระนั้น NEET ที่มีความเครียดสะสมจากสังคมหรือความกดดันในการทำงาน/เรียนเองก็มี มีความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปเป็น Hikikomori ได้ในระยะยาว หากไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือการสนับสนุนที่เหมาะสม พูดง่ายๆ คือ Hikikomori มักเป็นขั้นที่รุนแรงกว่า และ NEET บางคนอาจเป็นจุดเริ่มต้นก่อนจะกลายเป็น Hikikomori นั้นเอง

1.00

สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น NEET

สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น NEET นั้นมีได้หลากหลายปัจจัยครับ ยกตัวอย่างเช่น
แรงกดดันจากระบบการศึกษา ระบบการศึกษาที่เน้นการแข่งขันสูงและบีบให้ต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กหลายคนไม่มีเวลาค้นหาตัวเองอย่างแท้จริง เมื่อเรียนจบแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทิศทาง หรือทำงานไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนมา ก็อาจเลือกที่จะถอยออกจากทั้งสองระบบไปเลย

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีวัฒนธรรมการทำงานที่เข้มงวด ชั่วโมงทำงานยาวนาน และความคาดหวังทางสังคมที่สูงมาก ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้คนบางกลุ่มรู้สึกกดดันเกินไปจนเลือกที่จะไม่เข้าสู่ระบบการทำงานเลยตั้งแต่แรกนั้นเองครับ

สุดท้ายแล้ว NEET จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นสะท้อนถึงแรงกดดันในสังคมยุคใหม่ การทำความเข้าใจและเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้ค้นหาตัวเอง อาจเป็นก้าวแรกสำคัญในการช่วยให้พวกเขากลับมารันชีวิตในแบบของตัวเองได้อีกครั้งนั้นเองครับ

Mefilas

Mefilas

@mefilas